Jan 25

Sandbox แปลว่า กล่องทรายหรือหลุมทรายซึ่งในเรื่องของ SEO นั้น Sandbox คืออัลกอริทึ่มอย่างหนึ่งที่ทางกูเกิ้ลสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเว็บเกิดใหม่ทั้งหลายไม่ ให้เกิดขึ้นมาเร็วเกินไปนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ทางกูเกิ้ลต้องสร้างหลุมทรายนี้ขึ้นมาก็น่าจะเนื่องมาจาก สาเหตุที่ว่า ในปัจจุบันนี้มีเว็บใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมายในแต่ละวัน แต่ละเว็บก็มีจุดประสงค์ในสร้างขึ้นมาไม่เหมือนกันและยิ่งสมัยนี้ครับหลายๆ คนรู้จักการทำ SEO เพื่อให้เว็บเกิดใหม่ของตนเองอยู่ในอันดับดีๆ (SERP) ของผลการค้นหา และต่างคนต่างก็งัดเอาเทคนิคต่างๆ มาใช้ จนบางทีเว็บใหม่ๆ เหล่านี้ ไปแย่งตำแหน่งหรือแย่งอันดับดีๆ ไปจากเว็บเดิมที่มีอยู่แล้วใน Search Engine

อาจจะสงสัยกันใช่มั้ยครับว่า เอ้า…ไปแย่งอันดับแล้วผิดตรงไหน ในเมื่อเราทำ SEO ได้ดีจนเว็บเราเข้าไปติดอันดับแซงหน้าเว็บอื่นๆ ได้ ???

คำตอบคือ “ใช่” ครับ เราไม่ผิดหรอกที่เราทำ SEO จนเว็บใหม่ของเราติดอันดับดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่กูเกิ้ลกลับมองว่าเว็บใหม่ๆ เหล่านั้นก็ยังคงต้องติดอยู่ใน Sandbox สักระยะนึงอยู่ดีถึงจะทำ SEO ขั้นเทพยังไง เพื่อที่กูเกิ้ลจะได้วิเคราะห์หรือคัดกรองเว็บที่เป็นเว็บจริงๆ เป็นเว็บที่มีเนื้อหาสาระจริงๆ ถึงจะได้เข้ามาอยู่ในระบบการค้นหาแบบเต็มตัว ไม่ใช่เว็บปั่นที่เน้นปริมาณและทำขึ้นมาเพื่อหวังจะให้ index เยอะๆ หรือเพื่อทำ link popularity เพื่อสร้างเครือข่ายเว็บของตัวเอง

google sandboxรูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต

และนั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่บางทีเราทำเว็บใหม่ออกมาและหลังจากที่ ทำการโปรโมทสักพัก ไม่กี่วันหรอกครับเว็บเราก็สามารถเข้ามาติดอยู่อันดับต้นๆ ของการค้นหาได้ แต่เมื่อผ่านไปสักพักเว็บนั้นก็หล่นตุ้บลงไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งก็คาดว่าจะหล่นไปอยู่ในกล่องทรายนั่นล่ะ จะเห็นได้ชัดเลยถ้าเว็บเราทำ SEO ในคีย์เวิร์ดที่ค่อนข้างจะมีคนทำเยอะ

เมื่อไหร่ถึงจะหลุดจาก Sandbox
ถ้าจะถามว่าเมื่อไหร่คงไม่มีใครตอบได้หรอกครับ แต่จากที่ดูๆ ก็เป็นเดือนครับ อย่างเร็วก็ 1 – 2 เดือน อย่างช้าก็ 3 – 6 เดือน หรือบางคนอาจมากกว่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้อยู่กับปัจจัยอื่นด้วยซึ่งอย่างแรกๆ เลยก็น่าจะเป็นความมีคุณภาพของเว็บ ทั้งข้อมูลเนื้อหา การอัพเดตและแบ็คลิ๊งค์

จะหลุดจาก Sandbox อย่างรวดเร็วได้ยังไง
ถ้าอยากจะหลุดจาก Sandbox เร็วๆ อย่างแรกเลยที่นึกถึงคือ Backlink หาลิ๊งค์เข้าเว็บไซท์เราให้มากเข้าไว้ จะให้ดีต้องเป็น One Way Link และต้องจากเว็บที่มีคุณภาพด้วย และต้องทำให้เป็นธรรมชาติด้วยนะครับไม่ใช่ว่ามีเงินก็ไปหาซื้อลิ๊งค์เอาจาก หลายๆ เว็บ แบบนี้กูเกิ้ลก็สามารถตรวจสอบได้นะแล้วก็พี่แกไม่ปลื้มซะด้วย

จะรู้ได้อย่างไรว่าหลุดจาก Sandbox แล้ว
การจะดูว่าเว็บเรานั้นหลุดจากกล่องทรายแล้วหรือยังผมใช้วิธีตรวจสอบง่ายๆ ครับ นั่นคือดูจาก PageRank ของเว็บเรา ถ้ามี PageRank ตั้งแต่ 1 – 10 เมื่อไหร่ ก็แสดงว่าเว็บเราอยู่ในสายตาของกูเกิ้ลแล้ว

สรุป
คงเข้าใจเรื่อง Sandbox กันบ้างแล้วนะครับ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปที่บางทีอยู่ๆ เว็บใหม่ของเราก็อันดับหายไปจากกูเกิ้ล ถ้าเว็บเราดีจริงอีกไม่นานก็กลับมาทวงตำแหน่งคืนอีกครั้ง ขอให้เราตั้งหน้าตั้งตาอัพเดตข้อมูลให้สม่ำเสมอแล้วก็ทำ SEO ควบคู่ไปด้วยก็พอครับ

Jan 21

ขั้นตอนการทำ SEO ขั้นที่ 1 วิเคราะห์คู่แข่งและเลือกคีย์เวิร์ด ก่อนที่จะลงในเนื้อหา ขั้นตอนนี้ ผมจะพูดถึงเรื่อง SEO (Search Engine Optimization) กันก่อนนะครับ เผื่อมีบางคนหลงทางมาเจอ จะได้รู้ว่า SEO มันคืออะไร สำคัญยังไง ทำไมต้องทำ SEO ทำไมมีคนกล่าวถึงกันมากเหลือเกิน (ในกลุ่มเว็บมาสเตอร์และคนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ) ก่อนอื่น ผมขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้เป็นเทพจุติจากที่ไหน แต่อาศัยว่ามีประสบการณ์ในการทำ SEO มาพอสมควร นอกจากนี้ ก็ยังได้ถ่ายทอดให้น้องๆ อีกหลายคนทำตาม และก็ประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละคนอีกหล่ะครับ SEO มันไม่ได้เป็นกฏตายตัว (เราไม่ใช่กูเกิ้ล เอ็มเอสเอ็น หรือ ยาฮูนี่ครับ) มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ใครขยันหาข้อมูล รู้จักสังเกต นำมาปรับแต่งก็ได้เปรียบหล่ะครับ

SEO คืออะไร SEO (เอสอีโอ) มาจากคำเต็มๆ ว่า Search Engine Optimization ความหมายแบบบ้านๆ ลูกทุ่งๆ ก็คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ และกระบวนการต่างๆ ของเว็บไซต์ตั้งแต่การออกแบบ เขียนโปรแกรม และการโปรโมทเว็บ เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ของ Search Engine (เครื่องมือค้นหาเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google, MSN, Yahoo, AOL เป็นต้น)

SEO สำคัญยังไง อินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูล แทนที่จะต้องพิมพ์ URL (Uniform Resource Locator) ก็ใช้ Keyword (คำค้น) ป้อนลงไปใน Search Engine Box ต่างๆ ก็จะค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดาย และตรงประเด็น มีให้เลือกเปรียบเทียบอีกหลายๆ แห่ง สำหรับเรื่องๆ นั้น และเมื่อค้นพบแล้ว ก็จะมีการแสดงผลออกมาหลายๆ หน้า หลายๆ เว็บไซต์ เว็บที่ถูกแสดงเป็นอันดับที่ 1 2 3 หรือที่แสดงผลในหน้าแรก ก็จะถูกคลิกเข้าไปดูข้อมูลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมต้องการให้เว็บตัวเองขึ้นอันดับ 1 ของ Keyword นั้นๆ เผื่อผลประโยชน์หลายๆ ด้านเช่น ขายสินค้า โฆษณา หรือโปรโมทร้านค้า บริษัทของตัวเอง ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง ดังนั้น ผมสรุป ความสำคัญของ SEO ออกมาเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ (ใครต้องการเพิ่มก็เขียนไว้ที่ คอมเม้นท์นะครับ)

  1. ทำให้เว็บของเราติดอันดับต้นๆ ในการแสดงผลงการค้นหา
  2. การเขียน Title ที่ดี Keyword Intrend ช่วยทำให้สะดุดตา แม้อันดับต่ำกว่า ก็มีสิทธิ์ถูกคลิกมากกว่า
  3. ทำ ให้เว็บเราถูกหลักของ W3C ซึ่งเป็นมาตรฐานของภาษาที่ใช้เขียนเว็บ ทำให้ดูสละสลวยเมื่อ Search Engine มาเจอก็เก็บข้อมูลต่างๆ ได้ง่าย
  4. เมื่อติดอันดับต้นๆ ทำให้ขายสินค้าได้ โฆษณาเข้ามา เพราะมีทราฟิก
  5. ติด Adsense ก็มีโอกาสที่จะได้รับเงินค่าโฆษณาที่สูงด้วย เพราะมีทราฟิกก็มีโอกาส
  6. อื่นๆ
May 28
การตรวจ Preoperative Evaluation
การ ตรวจ Preoperative Evaluation  ( pre – op )  ลูกค้าควรเข้ามาโดยระบบการนัดหมาย    เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจ Pre-op ประมาณ 2 ชั่วโมง

  • สำหรับท่านที่ใส่ contact lens แบบนิ่มต้องงดใส่มาก่อนตรวจ อย่างน้อย 3 วัน
  • สำหรับท่านที่ใส่ contact lens แบบกึ่งแข็งต้องงดใส่มาก่อนตรวจ อย่างน้อย 7 วัน

    ที่ จริงแล้วยิ่งงดใส่คอนแทคเลนส์ได้นานเท่าไร ยิ่งดี เนื่องจากการใส่คอนแทคเลนส์มีผลไปกดกระจกตา อาจทำให้ค่าสายตาที่วัดได้ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่เวลาที่ให้ไว้   เป็นระยะเวลาที่น้อยที่สุดที่ยอมรับได้ก่อนตรวจ

  • ผู้ที่ใส่แว่นตาไม่ต้องถอดแว่น     มาตรวจได้เลยเพราะแว่นไม่ได้มีผลต่อกระจกตา
  • การตรวจนั้นใช้เวลา ประมาณ 2-2.30 ชม.  โดยที่ท่านต้องผ่านกระบวนการตรวจจากแพทย์อย่างละเอียด และต้องใช้ยาขยายม่านตา เพื่อตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง  ดังนั้นจึงไม่สมควรขับรถมาเอง เพราะหลังจากการตรวจอาจทำให้ท่านเกิดอาการตาพร่ามัวได้  แต่จะหายไปภายใน 4-6 ชม.
  • หลังจากการตรวจแล้ว แพทย์จะแนะนำอีกครั้งว่าท่านจะสามารถทำการรักษาโดยวีธีใด

SEO Case

lasikadvanced.com rank#1 On Google.co.th

Keyword : lasik

Jun 1

เป้าหมายที่สำคัญของ SEO คือ ทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ในคำค้นหาที่คุณต้องการ เพื่อให้มีทราฟฟิคเข้ามาเพิ่มขึ้นจากคำค้นหานั้น ๆ ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ เริ่มหันมาสนใจและยอมทุ่มงบประมาณในการทำการตลาดในช่องทาง online มากขึ้น และการทำ SEO ก็ได้รับความสนใจจากองค์กรธุรกิจต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกันและงบประมาณที่องค์กรธุรกิจจัดมาให้สำหรับการใช้จ่ายทางด้านนี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย มาดูกันดีกว่าครับ ว่าทำไมเค้าถึงยอมกล้าจ่ายกันตั้งแต่ไม่กี่แสนยันเป็นร้อยล้านเพื่อแคมเปญการตลาดออนไลน์หรือการทำ SEO

http://www.moments4ever.com/src/seo/seoCols.jpg

1. ข้อแรกเลยมันช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเปิดตัวไปยังเวทีโลกด้วยรายจ่ายที่ีน้อยนิดเมื่อเทียบกับงบประมาณการตลาดกับสื่อด้านอื่นๆ
2. แคมเปญออนไลน์ช่วยสร้างแบรนด์และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยค่าใ้ช้จ่ายที่น้อยนิดเช่นเดียวกัน
3. ได้ผู้เข้าชมและลูกค้าในอนาคตเพิ่มเข้าสู่เว็บไซต์ด้วยต้นทุนต่อหัวที่ต่ำมากๆ ถ้าเทียบกับสื่ออื่น ๆ

เห็นถึงข้อดีแล้วก็เลยเข้าใจเลยว่า ทำไมบริษัท สินค้าแม่และเด็ก ยักใหญ่แห่งหนึ่งของโลกถึงยอมให้งบถึง 11 หลัก (หน่วย สิบ ร้อย พัน ไล่ต่อกันเอาเองนะครับ) มาจ้างให้ทำแคมเปญให้บริษัทเค้า แต่น่าเสียดายที่งานนี้ตัวผมและทีมงานไม่ได้รับ ไม่งั้นปีนี้ทั้งปีเราคงไม่รับงานไหนเพิ่มแล้วล่ะ 555